อุดร บึงกาฬ หนองคาย เวียงจันทน์

Tour Code : PHD-NE4
ประเทศ : ไทย , ลาว
ระยะเวลา : 3 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้น : 9,900

ชมทะเลบัวแดง ณ.หนองหาร กราบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ 7 สัตตมหาสถาน
วัดผาตากเสื้อ ระเบียงกระจกหนึ่งเดียวในไทยเยือนบ้านพี่เมืองน้อง เวียงจันทน์
ภูทอก บันไดไม้แห่งศรัทธาสู่ภูผา

เดือน กำหนดการเดินทาง ราคา
เดือน มกราคม 60 วันที่ 8-10 , 15-17 , 22-24 , 29-31 9,900
เดือน กุมภาพันธ์ 60 วันที่ 5-7 , 12-14 , 19-21 , 26-28 9,900
เดือน มีนาคม 60 วันที่ 5-7 , 12-14 , 19-21 , 26-28 9,900

วันแรก กรุงเทพฯ – อุดรธานี – ทะเลบัวแดง – วัดพระธาตุบังพวน – วัดผาตากเสื้อ – หนองคาย

04.30 น.

สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง อาคาร 2 ชั้น 3 เคาท์เตอร์ 13 สายการบินนกแอร์ เจ้าหน้าที่บริษัทพับบลิค ฮอลิเดย์คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

05.55 น.

ออกเดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี ด้วยเที่ยวบินที่ DD9200

ถึงสนามบินจังหวัดอุดรธานี นำท่านสมาชิกเดินทางสู่อำเภอกุมภวาปีโดยรถตู้ปรับอากาศ VIP แวะรับประทานอาหารเช้า (1) ณ ร้านอาหาร

10.00 น.

นำท่านลงเรือชมทะเลบัวแดงอันกว้างใหญ่ไพศาลดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งในช่วงเช้าตรู่จนถึงเที่ยงวันบานเต็มท้องน้ำสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน(2) ณ.ร้านอาหาร

ช่วงเย็น

นำทานเดินทางสู่วัดพระธาตุบังพวน ไหว้พระธาตุบังพวนพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ชมสัตตมหาสถานโบราณครบ 7 สิ่ง หนึ่งในเดียวในโลก นำท่านเดินทางสู่วัดผาตากเสื้อ ซึ่งเป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงาม มองจากผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ช่วงฤดูหนาวท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับเกร็ดพญานาคริมโขง ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้อย่างสวยงามมาก เดิมชื่อวัดถ้ำพระ หลวงปู่เพชร ปะทีโป ท่านได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมบริเวณถ้ำพระและได้ก่อตั้งวัดผาตากเสื้อขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2477 วัดผาตากเสื้อเป็นวัดปฏิบัติธรรม ต่อมาได้อัญเชิญพระสารีริกธาตุมาประดิษฐานเมื่อ 2 เมษายน 2550 เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ช่วงเย็น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม พันล้าน บูทิค รีสอร์ท หรือเทียบเท่า  รับประทานอาหารเย็น(3) ร้านอาหาร หลังอาหาร พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง หนองคาย - เวียงจันทน์ – หอพระแก้ว - ประตูชัย - Duty Free – บึงกาฬ

07.00 น.

นำท่านเข้าโรงแรม บริการอาหารเช้า (4) ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเก็บสัมภาระออกเดินทาง

08.00น.

นำท่านกราบหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย เป็นพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคาย ลักษณะเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้อล่างถึงยอดพระเกศ ๔ คืบ ๑ นิ้วของช่างไม้ หลังจากนั้นออกเดินทางสู่ด่าน ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

10.00น.

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานองค์พระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วกรุงเทพฯ) จากนั้นนมัสการพระธาตุหลวง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่และดงามที่สุดของลาว

12.00น.

รับประทานอาหารกลางวัน(5) ณ.ร้านอาหาร

14.00น.

จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์ประตูชัย เดิมทีฝรั่งเศสได้สร้างไว้เพื่อเป็นที่ระลึกการครองดินแดนแห่งนี้ ลักษณะจึงคล้ายกับประตูชัยในฝรั่งเศส เป็นการรวมศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน ได้เวลาเดินทางสู่  ด่านมิตรภาพไทย-ลาว   ถึง ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว  ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรฝั่งลาวเชิญทุกท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ที่ Duty Free  ได้เวลานำท่านเดินทาง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว กลับสู่ฝั่งด่านหนองคาย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรฝั่งไทย  เดินทางสู่ จ.บึงกาฬ

18.00น.

รับประทานอาหารเย็น(6) ณ.ร้านอาหาร หลังอาหารนำเข้าที่พัก โรงแรม เดอะวัน เก็บสัมภาระเข้าห้องพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม บึงกาฬ – ภูทอก – วัดอาฮง – อุดรธานี – กรุงเทพฯ

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้า (7) ณ.ห้องอาหารโรงแรมหลังอาหารเก็บสัมภาระออกเดินทาง

 

09.30 น.

ออกเดินทาง วัดภูทอก หรือ วัดเจติยาคีรีวิหาร  ภูทอกมี 2 ลูก คือ ภูทอกใหญ่ และ ภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก แบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม จากชั้น 1 – ชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ ในแต่ละย่างก้าว

12.00น.

รับประทานอาหารกลางวัน(8) ณ.ร้านอาหาร

14.00น.

นำท่านชมจุด ที่เป็นสะดือ แม่น้ำโขง วัดอาฮงศิลาวาส (แก่งอาฮง) บริเวณวัดกว้างขวางและสวยงาม เป็นที่ประดิษฐาน”พระพุทธคุวานันท์ศาสดา” หล่อด้วยทองเหลืองลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช เชื่อกันว่าลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัดเป็นจุดที่ลึกที่สุดในแม่น้ำโขง หรือเรียกกันว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ได้เคยมีการวัดโดยใช้เชือกผูกกับก้อนหินหย่อนลงไปได้ถึง ๙๘ วา ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำจะไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ เมื่อรูปกรวยแตกจะมีเสียงคล้ายกระแสน้ำไหลเซาะโขดหินแล้วจะค่อย ๆ หายไป เมื่อกระแสน้ำเชี่ยวมาอีกก็จะก่อตัวขึ้นใหม่เกิดสลับกันตลอดทั้งวัน ส่วนหน้าแล้งในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมองเห็นแก่งชัดเจน ตามตำนานเล่าสืบต่อกันว่าบริเวณสะดือแม่น้ำโขง จะมีถ้ำใต้โขดหินใหญ่ฝั่งประเทศลาวเป็นที่อยู่ของปลาบึกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ วัดอาฮงศิลาวาส และเป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันเทศกาลออกพรรษา เพื่อทำบุญบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทำให้บริเวณนี้มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นออกเดินทางสู่จังหวัดอุดร

รับประทานอาหารเย็น(9) ณ.ร้านอาหาร หลัอาหารออกเดินทางสู่สนามบิน

21.40 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ DD9219

22.40 น.

เดินทางถึงกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

สมัครรับโปรแกรมทัวร์โดนใจส่งตรงถึงมือคุณ!

สมัครรับโปรแกรมทัวร์โดนใจส่งตรงถึงมือคุณ!

สำหรับผู้ที่สนใจรับรายการทัวร์จากเราเป็นโปรโมชั่นพิเศษส่งตรงถึงคุณ ทาง Email ทั้งโปรแกรมใหม่/โปรแกรมโปรโมชั่นโดนๆ ที่น่าสนใจทุกตัวของเราเลยครับ

You have Successfully Subscribed!

Shares
Share This